'สมอลลิง' โวผีแดงคู่ควรชนะเรือใบ พลิกซิวชัยศึกดาร์บี้!!
แมนฯ ยูไนเต็ด ระเบิดฟอร์มครึ่งหลัง รัว 3 ประตูรวด แซง แมนฯ ซิตี้ ว่าที่แชมเปี้ยนสุดมันส์ 3-2 โดยงานนี้ ปอล ป็อกบา เหมาคนเดียวสองลูก ศึกพรีเมียร์ลีก ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ในวันเสาร์ที่ 7 เม.ย. 61 - Genting Princess
จบลงไปแล้วกับเกมดาร์บี้เมืองแมนเชสเตอร์รอบที่
2
ของฤดูกาลนี้ และก็เป็นลูกทีมของ โชเซ มูรินโญ ที่เอาคืนได้สำเร็จ หลังบุกมาเชือด
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ 3-2
และกลายเป็นทีมแรกที่ยัดเยียดความปราชัยในบ้านของ ซิตี้
ในฤดูกาลนี้เป็นครั้งแรกด้วย
จากการพ่ายแพ้ในนัดนี้ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ยังต้องรอการฉลองแชมป์ต่อไป หลัง ยูไนเต็ด ขยับช่องว่างเข้ามาเป็น 13
แต้ม แต่ยังเหลืออีก 18
แต้มให้เก็บ ด้านลูกทีมของ มูรินโญ ยิ่งเรองร่าเข้าไปใหญ่ เพราะพวกเขาหนี
ลิเวอร์พูล เป็น แต้มเข้าไปแล้ว
และยังมีนัดเหลือให้แข่งมากกว่าอีก 1 นัดด้วยกัน เกมนี้ปิศาจแดงโดนนำไปก่อน 2-0
ในครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังมายิงแซง 3
ประตูรวดจาก พอล ป็อกบา 2
ลูก และ สมอลลิง ทำประตูชัยพาทีมคว้า 3 แต้มได้สำเร็จ
ปอล ป็อกบา สตาร์ดัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ซึ่งเหมาคนเดียว 2
ประตู ช่วยให้ทีมปีศาจแดงพลิกเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึงถิ่น ออกมาพูดถึงแท็กติกที่ช่วยให้รูปเกมในครึ่งหลังเหนือกว่าเจ้าถิ่น
จนกระทั่งได้รับชัยชนะไปครอง
“ก่อนอื่นเลยคือพวกเรารู้ดีว่าเราจำเป็นต้องยิงประตู
เพราะว่าเราตามหลังอยู่ 0-2
ขณะที่ ซิตี้ ชื่นชอบการเปิดเกมรุก พวกเขาไม่ค่อยลงมาตั้งรับกันนักหรอก
ดังนั้นผมจึงต้องขยับเข้ากรอบเขตโทษให้มากขึ้น โดยที่ผมรู้ว่ายังมี เนมานย่า มาติช
คอยยืนประคองด้านหลังให้ ขณะที่ อันเดร์ เอร์เรร่า ก็เติมขึ้นมากับผมด้วย” มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสกล่าว
“ส่วนประตูที่ทำได้
ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ผมรู้อยู่แล้วว่า อเล็กซิส ซานเชซ
เป็นคนที่ชอบเล่นแบบไดเร็กต์ พอผมเห็นพื้นที่ว่างผมก็เลยวิ่งเข้าไปทันที”
“ผมไม่อยากแพ้ต่อ
ซิตี้ ความพ่ายแพ้จากฤดูกาลก่อนมันยังหลอกหลอนผมอยู่เลย
ถ้าพวกเขาคว้าแชมป์ในเกมนี้ แฟนๆ ของเราคงรู้สึกเหมือนเจอกับความตาย
ผมไม่อยากเราแพ้ ซิตี้ แล้วเห็นพวกเขาฉลองแชมป์ต่อหน้า ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้น
ในช่วงพักครึ่งที่ห้องแต่งตัว เราต่างก็พูดกันว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้วกับสกอร์ 0-2
ออกไปลุยกันเถอะ”
สำหรับการยิง 2 ประตูของ ป็อกบา ในเกมนี้
ส่งผลให้เขาเป็นผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด
คนแรกที่ยิงเบิ้ลในเกมดาร์บี้ซึ่งเจอกันในลีก นับตั้งแต่ที่ เวย์น รูนี่ย์
ทำได้เมื่อปี 2012



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น